Sodium Hydrosulfite

รหัสสินค้า : d03

สารเคมีที่ใช้ฟอกอาหารเพื่อให้คงความสด ขาว สะอาดน่ารับประทาน ซึ่งสารฟอกขาวที่นิยมใช้กันแพร่หลายในประเทศไทยได้แก่ เกลืออนินทรีย์ของกรดซัลฟูรัสซึ่งแตกตัวให้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และสารประกอบซัลไฟต์ หรือชื่อทางการ คือ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ( Sulphur dioxide )โดยผู้ประกอบการจะผสมสารฟอกขาวลงไปในอาหารหลากหลายชนิด ตั้งแต่ผ้าขี้ริ้ววัว ปลาหมึก ตีนไก่ และลูกชิ้น เพื่อกำจัดคราบสีดำด่างในอาหาร นอกจากนั้นยังพบการเจือปนของสารฟอกขาวในผลไม้ที่ปอกเปลือกเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้นอกจากสารฟอกขาวจะทำให้อาหารขาว สะอาด สดน่ารับประทานแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการยับยั้งการเกิดสีน้ำตาลหรือสีคล้ำบนผิวอาหาร การเติมสารฟอกขาวลงไปจึงช่วยไม่ให้ผิวผลไม้ดูช้ำ หรือดำคล้ำ

เป็นสารชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาใช้เป็น สารฟอกขาว ซึ่งสารเคมีชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มซัลไฟต์ มีการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ใช้เป็นวัตถุกันเสีย ( preservative ) เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ยีสต์ และรา ช่วยถนอมหรือยืดอายุการเก็บอาหาร และยังมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเปลี่ยนสีของอาหารไม่ให้เป็นสีน้ำตาลเมื่ออาหารถูกความร้อนจากกระบวนการผลิต นอกจากนี้ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีก เช่น ผสมในน้ำยาอัดรูป ฟอกสีผ้า กระดาษ สบู่ เป็นต้น

อาหารที่นิยมใช้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์

ด้วยคุณประโยชน์ของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ทำให้มีการนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด ได้แก่


- ผลิตภัณฑ์จากผักและผลไม้ เช่น ผักผลไม้แห้ง ผักผลไม้ดอง ผักและผลไม้กระป๋อง ผักผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้กวน แยม

- ผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำตาล เช่น น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ น้ำเชื่อม

- ผลิตภัณฑ์แป้ง เช่น เส้นหมี่และก๋วยเตี๋ยว วุ้นเส้น แป้ง

- อาหารแช่แข็ง

- เจลาติน และอื่น ๆ

มาตรฐานการใช้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในอาหาร

การใช้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่ต้องไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ดังที่ อย. ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 214 (พ.ศ.2543) กำหนดให้มีปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในเครื่องดื่มในภาชนะบรรจุปิดสนิทได้ไม่เกิน 70 มิลลิกรัม ต่อกิโลกรัม หรือกรณีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไวน์ มอก. 2089-2544 ได้กำหนดให้มีปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร เป็นต้น สำหรับองค์การอนามัยโลก ( WHO ) ได้กำหนดค่าความปลอดภัยไว้ คือ ปริมาณที่ได้รับไม่เกิน 0.7 มิลลิกรัม/คน/วัน ( ADI : Acceptable Daily Intake )


อันตรายจากการบริโภคซัลเฟอร์ไดออกไซด์

ซัลเฟอร์ไดออกไซด์จะไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเมื่อใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ เนื่องจากร่างกายสามารถขับออกทางปัสสาวะได้ แต่ถ้าได้รับมากเกินไปจะมีผลไปลดประสิทธิภาพการใช้โปรตีนและไขมันในร่างกาย และมีฤทธิ์ทำลายวิตามินบี 1 ด้วย

หากร่างกายมีการสะสมสารนี้ในปริมาณมาก จะทำให้เกิดอาการหายใจไม่สะดวก ปวดท้อง ท้องร่วง เวียนศีรษะ อาเจียน และในรายที่มีอาการแพ้รุนแรงหรือผู้ป่วยโรคหอบหืดอาจช็อค หมดสติ และถึงแก่ความตายได้

สำหรับผู้บริโภคที่สงสัยว่าผลิตภัณฑ์อาหารที่นำมาใช้รับประทานจะมีการใช้ สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินขนาดหรือไม่ ทาง อย. มีวิธีแนะนำง่าย ๆ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการได้รับสารดังกล่าว

โดยก่อนที่จะนำมาปรุงอาหาร โดยเฉพาะอาหารแห้ง เช่น เห็ดหูหนูขาว ดอกไม้จีน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มักพบว่ามีการใส่สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ผู้บริโภคควรล้างโดยให้น้ำสะอาดไหลผ่านหรือลวกในน้ำเดือดประมาณ 2 นาทีก่อนนำไปปรุงอาหารทุกครั้ง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ได้ถึงกว่าร้อยละ 90

สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทผลไม้อบแห้งที่สามารถบริโภคได้เลย เช่น พุทราจีนแห้ง ผลแอปริคอตแห้ง สังเกตได้จากภายนอก โดยไม่ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีสีจัด เนื่องจากในกระบวนการผลิตผลไม้อบแห้งต้องผ่านความร้อนสูง จึงมีผลทำให้สีสันและเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์เสียไปด้วย แต่ถ้าหากพบผลิตภัณฑ์มีสีสันสวยงามมากผิดปกติ ให้สันนิษฐานว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีการใช้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์จำนวนมาก

หากผู้บริโภครับประทานอาหารที่มีสารเคมีในกลุ่มนี้มากเกินไป ทำให้เกิดอันตราย ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นจะมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล เช่น ผู้เป็นหอบหืด อาการที่พบคือ หายใจขัด และเจ็บหน้าอก ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง เวียนศีรษะ ความดันเลือดต่ำ เป็นลมพิษ และอาจจะเกิดอาการช็อคหมดสติได้

ระดับความรุนแรง ขึ้นอยู่กับปริมาณการได้รับว่ามากน้อยเพียงใด นอกจากนั้นสารฟอกขาวยังทำปฏิกิริยากับวิตามินบางชนิด เช่น ไทอามีน ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคขาดวิตามินนี้ได้ ถ้าได้รับสารฟอกขาวต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะสะสมทำให้รบกวนการทำงานของเอนไซม์ ทำให้มีผลเสียต่อระบบสมดุลของระบบเมตาบอลิซึมได้

จำนวน
20.00 ฿

สินค้าไม่เพียงพอ

สินค้าหมด

Visitors: 4,856